|
|
|
 |
|
| |
คาร์โบไฮเดรต
เป็นสารอาหารที่ใช้เก็บพลังงาน
เป็นองค์ประกอบของเซลล์ มีหลายชนิด เช่น ไกลโคเจน น้ำตาล แป้ง
น้ำตาล แบ่งตามหมู่ของฟังก์ชัน จะมี 2 แบบ คือ
น้ำตาล (Saccharides)
เป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีหมู่ฟังก์ชั่น ได้ 2 แบบ คือ เป็นแบบ CHO
กับ OH เรียกว่า น้ำตาลอัลโดส
เป็นแบบ - CO - กับ OH เรียกว่า น้ำตาลคีโตส แบ่งเป็น
1. น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว (มอนอแซ็กคาไรด์) กลูโคส ฟรุกโตส กาแลสโตส
ซึ่งมีสูตร (C6H12O6) เหมือนกัน
2. น้ำตาลโมเลกุลคู่ (ไดแซ็กคาไรด์)ประกอบด้วยสองหน่วยของมอนอแซ็กคาไรด์
เช่น
มอลโตส
เกิดจากกลูโคส 2 โมเลกุล

Maltose
ซูโครส
เกิดจาก กลูโคส+ฟรุกโตส (น้ำตาลทราย)

แลกโตส
เกิดจาก กลูโคส + กาแลกโตส เป็นน้ำตาลในนม
3. พอลิแซ็กคาไรด์ เป็นน้ำตาลโมเลกุลใหญ่ เช่น แบะแซ หรือเดกตริน
แป้ง เป็นพอลิเมอร์ของกลูโคส
เมื่อสลายด้วยกรด หรือเอนไซม์ จะกลายเป็นน้ำตาลสารโมเลกุลเล็ก
แป้งจะใช้สารละลายไอโอดีนทดสอบ ซึ่งจะให้ได้สารละลายสีน้ำเงิน
เซลลูโลส เป็นพอลิแซกคาไรด์
ที่เกิดจากกลูโคส จำนวนประมาณ 50,000 โมเลกุล เชื่อมต่อกันเป็นโซ่ยาว
และมีลักษณะคล้ายตาข่าย มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโซ่ เซลลูโลสจึงมีโครงสร้างเป็นเส้นใย
มีในไม้และลำต้นพืช ร้อยละ 50 มีคุณสมบัติไม่ละลายน้ำ ย่อยสลายยาก
กระเพาะอาหารคนเราไม่สามารถย่อยเซลลูโลสได้ ยกเว้นในสัตว์ประเภทกินพืช
เช่น วัว ควาย ม้า ซึ่งมีแบคทีเรียบางชนิดที่สามารถย่อยสลายเซลลูโลสได้
ไกลโคเจน เป็นพอลีแซกคาไรด์ที่มีขนาดใหญ่กว่า แป้ง และเซลลูโลสมาก
ประกอบด้วยกลูโคส จำนวนเป็นแสนโมเลกุลขึ้นไป พบในคนและสัตว์
โดยสะสมในกล้ามเนื้อและตับ
การทดสอบคาร์โบไฮเดรต
1. คาร์โบไฮเดรตที่มีรสหวาน สารอินทรีย์ที่มีหมู่ -CO และ -OH
ในโมเลกุลเดียวกันในด่าง เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น จะเปลี่ยนโครงสร้างเป็นหมู่
-CHO ดังนี้
สารละลายเบเนดิกต์ (Benedict solution)
เป็นสารละลายผสมระหว่าง CuSO4, Na2CO3 และโซเดียมซิเตรด เป็น
Cu2+/OH- มีสีน้ำเงิน
สารอินทรีย์ที่มีหมู่คาร์บอกซาลดีไฮด์ (-CHO) ต้มกับสารละลายเบเนดิกต์
(Cu2+/OH-)
2. คาร์โบไฮเดรตที่ไม่มีรสหวาน
แป้ง
+ สารละลายไอโอดีน-------------------->สารเชิงซ้อนสีน้ำเงินที่เป็นตะกอน
การหมัก (Fermentation) คือ กระบวนการเปลี่ยนสารอินทรีย์ในการที่ไม่ใช้
O2 โดยมีสิ่งมีชีวิต เช่น ยีสต์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ได้สารผลิตภัณฑ์เช่น
แอลกอฮอล์ ดังนี้
|
|
|